For once you have tasted flight you will walk the earth with your eyes turned skywards, for there you have been and there you will long to return. – Leonardo Da Vinci.
หากสักครั้งเจ้าได้ลิ้มรสของการเหินเวหา เจ้าจะเดินไปบนพื้นโดยที่ตาทั้งคู่ยังคงมองขึ้นไป หาจุดที่เคยไปถึง และปรารถนาจะกลับขึ้นไปอีก - ลีโอนาร์โด ดา วินชีี
“ฉันอยากจะบิน บินไปให้ถึงดวงจันทร์ ตาบอกกับฉันว่ามีกระต่ายหลายตัว ฉันอยากจะขอ ขอเอาไว้ในครัว จงอย่ามองมัวเลยนะ กระต่ายหมายจันทร์”
จ้อยร้องรำทำเพลงไปมาในขณะที่ทุกคนในเรือนต่างเข้าห้องนอน เหลือเพียงแต่ตาของจ้อยที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้อยู่นอกชานไม่ไกลจากจ้อย ดวงจันทร์วันเพ็ญส่องสว่างอยู่เหนือคนทั้งสอง
“ตาจ้ะตา ตาว่ามีกระต่ายบนดวงจันทร์จริงหรือเปล่า” จ้อยถามตา
“มีสิ เอ็งไม่เห็นเหรอ อยู่นั่นไง” ตาชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า จ้อยหยีตามองแล้วเอ่ยขึ้น
“แต่ตาจ้ะ ถึงตาเห็นกระต่าย แต่ตาก็จับมันไม่ได้อยู่ดี แล้วตารู้ได้อย่างไรว่ากระต่ายอยู่บนดวงจันทร์จริง ๆ”
ตาเผลอลูบขาที่เสียจากอุปัทวเหตุครั้งนั้น แล้วยิ้มเล็กน้อย “แล้วเอ็งจับมาให้ข้าได้ไหมล่ะ”
“ถ้าฉันบินได้นะ ฉันจะไปจับมาให้ตาเลย แต่คนไม่มีปีกจะบินไปถึงดวงจันทร์ได้หรือ”
“ได้สิ” ตาหลับตาลงเอนหลัง แล้วลืมตามองดวงจันทร์อีกครั้ง “คนบินไปดวงจันทร์ได้แน่”
***
“ไอ้จ้อย ไอ้จ้อยเอ้ย”
จ้อยวัยสิบเก้าปีวิ่งทะลึ่งตรงยังมายังแม่ผู้กำลังทำครัวอยู่ แล้วจับไหล่แม่ไม่ให้สุ้มให้เสียง
“ว้าย ตาเถร ไอ้ลูกคนนี้นี่” แม่เอ็ดตะโร “เล่นอะไรไม่รู้เรื่อง แม่นึกว่าเป็นขโมยขโจร”
จ้อยหัวเราะร่า “โถ ขวัญเอ๋ยขวัญมา หัวแก้วหัวแหวนของลูก มีอะไรให้ลูกรับใช้”
“เอ็งไปเป็นธุระนำขนมเขนยพวกนี้ไปให้ป้าแดงเสียหน่อย อยู่แต่บ้านไม่เป็นอันทำอะไร”
“จ้ะแม่”
“ทีอย่างนี้รีบเชียวนะ ไอ้จ้อย อย่ามั่วแต่ไปเที่ยวเล่นเสียล่ะ”
“จ้ะ” แล้วจ้อยก็ออกจากเรือนลงยังท่าน้ำ พายเรือออกไป
***
“นี่จ้ะ ขนมที่แม่ฉันฝากมาให้” จ้อยยื่นขนมให้ป้าแดง
“ฝากขอบใจแม่เอ็งด้วยนะ ไอ้จ้อย รสมือแม่เอ็งนี่ไม่เปลี่ยนเลยนะ หนีข้าหนีเสด็จฯ ไปมีเหย้ามีเรือนยังไม่วายติดวิชาออกไปนอกรั้วนอกวัง”
“จ้ะ เอ๊ะ ป้าแดง ไอ้สองล้อนั่นคืออะไร” จ้อยบุ้ยหน้าไปทางเครื่องอะไรบางอย่าง
“อ้อ นี่มันเครื่องเล่นใหม่ของเสด็จฯ เรียกว่า จักรยาน” ป้าแดง หรือท่านท้าวฯ ประจำพระตำหนักเสด็จฯ ตอบจ้อย “ตอนแรกข้าก็ใช้ไม่เป็นหรอก อ้ายของพวกฝรั่งนี่มันใช้ยาก พอดีเสด็จฯ ท่านเบื่อแล้ว ท่านเลยประทานมาให้ข้า มา ข้าจะขี่ให้ดู”
ป้าแดงเดินไปยังจักรยาน ปัดขาตั้งออก แล้วเตรียมถีบ
“ประเดี๋ยวก่อน ป้าแดง มันมีสองล้ออย่างนี้ แล้วมันจะแล่นไปได้อย่างไร” จ้อยถาม
“เอ็งดูแล้วกัน” ป้าแดงหัวเราะแล้วเริ่มถีบจักรยาน
จ้อยถึงกับตกตะลึงเมื่อป้าแดงสามารถเลี้ยงตัวและจักรยานไปได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ล้ม ป้าแดงขี่จักรยานวนรอบจ้อยเสียรอบหนึ่งแล้วจึงหยุด
“ป้าแดง ป้าไปเรียนคาถากับพ่อมดหมอผีที่ไหน บอกฉันบ้าง”
“เอ๊ะ ไอ้จ้อยนี่ ข้าอยู่ของข้าในเขตขัณฑ์รั้ววัง จะไปมั่วอวิชชาเช่นนั้นได้อย่างไร นี่ก็ได้เพลาแล้ว ข้าต้องกลับไปเฝ้าเสด็จฯ ล่ะ”
“ไม่ได้นะ ป้าแดง ป้าแดงต้องบอกฉันก่อนว่าทำอย่างไรถึงจะแล่น…”
“จักรยาน เอ็งเรียกยังเรียกไม่ถูกเลย กลับเรือนไปเสียเถิด ข้าไม่มีเพลามาเล่นกับเอ็ง”
***
“ไอ้จ้อย มาหาข้าเดี๋ยวนี้” แม่ของจ้อยเรียก
“อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะว่าเอ็งมาถึงแล้ว ข้าได้ยินเสียงเอ็งเหยียบไม้กระดาน”
จ้อยเดินเข้ามาหาแม่ยิ้มแหย ๆ ร่างกายเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและถลอก
“ตายแล้ว ไอ้จ้อย นี่เอ็งริอาจเป็นนักเลงหัวไม้แล้วรึ นี่คงไปชกต่อยกับคนในเมืองล่ะสิท่า มา เดี๋ยวแม่เอ็งจะเฆี่ยนให้หลังลาย” แม่ลุกขึ้นไปคว้าไม้เรียวบนหิ้ง
“อย่าจ้ะแม่ ใจเย็น ๆ ฟังฉันก่อน” จ้อยบอก “ฉันไปหัดจักรยานมา”
“จักรยานอะไร อย่ามาเล่นลิ้น อยู่นิ่งเสียจะได้ไม่เปลืองแรงแม่”
“โถ ทูนหัวของลูก ฉันไม่ได้ไปตีรันฟันแทงกับใครที่ไหน ป้าแดงแกให้ฉันดูจักรยาน รถถีบสองล้อน่ะ ฉันเลยขอยืมป้ามาขี่แล่นบ้าง แต่ว่ามันขี่ลำบาก ฉันเลยล้มจนระบมไปหมด แล้วแม่ยังจะมาตีฉันอีก”
แม่ของจ้อยลดไม้เรียวลง “เอ็งไม่ได้หลอกแม่นะ”
“ไม่ได้หลอกจ้ะ นี่ แม่ทูนหัวของลูก นั่งลงก่อน” จ้อยพาแม่นั่งลงบนตั่งแล้วกล่าวต่อไปว่า “ตอนนี้ลูกรู้แล้วล่ะ ว่าลูกอยากทำอะไร ลูกจะทำยานเหาะ”
“นี่มันอะไรกันอีกล่ะไอ้จ้อย แม่ปวดหัว จักรยาน ยานเหาะ ต่อไปมิมีเรือขอมดำน้ำดำดินรึ? งานราชการมีทำไมไม่หาเรียนหารู้ ผู้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวงเราก็รู้จัก ไม่ลองหาคิดหาทำล่ะลูก”
“แต่ตาบอกว่า คนเราบินไปดวงจันทร์ได้นะ ฉันเป็นคน ฉันอยากบินได้ แล้วฉันก็จะทำให้ได้ แม่เชื่อฉันนะ”
“โถ จ้อย คุณตาของลูกเขาเป็นคนไม่เต็มจริตแต่ไหนแต่ไรแล้ว” แม่ของจ้อยบอก
“นั่นยิ่งแปลกใหญ่ ขนาดคนเสียจริตยังคิดว่าคนบินได้เลย ทำไมคนเต็มอย่างเรา ๆ ถึงไม่คิดบินดูล่ะแม่ เชื่อฉันเถิดนะ ให้ฉันได้ลองทำสักครั้ง ตอนนี้ฉันมีหัวคิดแล้วล่ะ ฉันจะทำยานเหาะจากจักรยาน แม่คอยดู”
“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจเอ็ง แม่เบื่อฟังเอ็งออดอ้อนเต็มทน แต่ทำอะไรต้องระวัง อย่าทำให้เจ็บตัวอย่างนี้อีก”
“จ้ะแม่ แม่แสนรักแสนหวงของลูก” จ้อยกอดแม่ด้วยความดีใจ
ติดตามตอนจบในครั้งต่อไป
1 comments:
I don't like 'to be continue.'
T.T
Come back to post another part soon.
แสดงความคิดเห็น