วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2551

เมื่อเหรียญบาทหายไป - ว่าด้วยเรื่องของน้ำผึ้งหยดเดียว

หมายเหตุ: เพื่อให้อ่านเรื่องนี้สนุกขึ้น ถ้ามีกระดาษทดไว้จดความสัมพันธ์ของตัวละครเป็นแผนภาพก็ดี เพราะว่าเรื่องนี้ใช้ตัวละครเปลืองมาก อ้อ ระวังอย่าทำเหรียญบาทหล่นหายด้วย

does the flap of a butterfly's wings in Brazil set off a tornado in Texas? – Edward Lorenz
การกระพือครั้งหนึ่งของปีกผีเสื้อในบราซิลก่อให้เกิดทอร์นาโดในเทกซัสหรือไม่? - เอ็ดเวิร์ด ลอเรนซ์

does the wind left after the tornado in Texas turn to harm the butterfly in Brazil? – Umnouy Ponsukcharoen
แล้วลมที่หลงเหลือจากทอร์นาโดในเทกซัสกลับมาทำร้ายผีเสื้อตัวนั้นในบราซิลหรือไม่? - อำนวย พลสุขเจริญ


7.50 น. นายสมศักดิ์ทำเหรียญบาทหนึ่งเหรียญตกโดยไม่รู้ตัวเมื่อเขากำลังเดินนับธนบัตรใน
กระเป๋าสตางค์บนสะพานลอยแห่งหนึ่งในระหว่างการเดินทางไปทำงาน

8.10 น. หลังจากทานข้าวมันไก่เสร็จ นายสมศักดิ์จ่ายเงินให้กับอาโกเจ้าของร้าน ปรากฏว่านายสมศักดิ์มีเพียงธนบัตรห้าร้อยบาทสองใบ กับธนบัตรยี่สิบบาทหนึ่งใบ อาโกไม่ยอมให้นายสมศักดิ์ไปเนื่องจากนายสมศักดิ์ไม่มีเหรียญหนึ่งบาทจ่ายสำหรับค่่าน้ำเปล่าหนึ่งแก้ว นายสมศักดิ์จึงประกันตัวด้วยเงินห้าร้อยบาทเพื่อไปซื้อน้ำเปล่าใช้คืนที่ร้านโชห่วยไม่ไกล แล้วกล่าวกับอาโกว่า “เอาน้ำของลุงคืนไป แล้วก็หัดมีน้ำอย่างอื่นบ้าง น้ำใจน่ะ น้ำใจ”

8.13 น. อาโกเจ้าของร้านข้าวมันไก่รู้สึกโกรธแค้นที่นายสมศักดิ์ทำการประชดประชัน จึงเอาน้ำเปล่าที่นายสมศักดิ์ซื้อมาไปสาดทิ้งหน้าร้าน ปรากฏว่า นรีรัตน์ นักศึกษาหญิงใส่ชุดรัดรูปเดินผ่านถูกน้ำจนเปียกปอน นรีรัตน์ยืนมีปากเสียงกับอาโกประมาณสิบนาทีจึงเลิกราโดยที่อาโกต้องเสียเงินค่าทำขวัญทั้งสิ้น 200 บาท

8.15 น. นายชูชัยเป็นคนขับรถสองแถวรับส่งผู้โดยสารย่านดังกล่าว เมื่อเห็นเหตุการณ์ที่อาโกสาดน้ำใส่นรีรัตน์จนเปียกปอนเสื้อเปียกแนบตัวเห็นเรือนร่าง นายชูชัยจึงไม่ได้มองทางด้านหน้าจนกระทั่งชนเข้ากับท้ายรถเก๋งคันหนึ่ง นายนิติพนธ์ซึ่งกำลังขับรถไปส่งลูกชายเข้าโรงเรียนจึงต้องลงมาคุยและเรียกพนักงานประกันมาเคลียร์

9.00 น. นรีรัตน์กลับบ้านไปเปลี่ยนชุดนักศึกษาอีกครั้งหนึ่งและเลือกเปลี่ยนเส้นทางเดินไปมหาวิทยาลัย โดยเลือกเส้นทางที่ไม่เคยไปมาก่อน บนรถประจำทาง นรีรัตน์เห็นนายกวินทร์ แฟนหนุ่มที่อาศัยอยู่คนละย่านกำลังยืนโอบเอวนักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยอื่่น นรีรัตน์เดินเข้าไปตบหน้านายกวินทร์และทำร้ายนักศึกษาสาวจนกระทั่งต้องขึ้นโรงพัก

9.00 น. ในขณะเดียวกัน ป้านวล ทำอาชีพขายขนมหาบเร่ทนรอนายชูชัยกับนายนิติพนธ์จัดการเรื่องรถยนต์ไม่ไหว
จึงเริ่มออกเดินไปยังตลาดด้วยตนเอง ขณะที่ป้านวลกำลังจะเดินไปถึงมุมขายของประจำนั้น ป้ามะลิคู่แข่งขายขนมก็ยกหาบเปล่าเดินกลับบ้านด้วยความสบายใจเนื่องจาก
นายประทีปได้มาเหมาขนมหาบของป้ามะลิไปจนหมดเพื่อใช้ในงานเลี้ยงบริษัท ด้วยความที่ป้านวลอิจฉาป้ามะลิตัดหน้าลูกค้า จึงได้ยื่นเท้าขัดขาป้ามะลิจนล้มหัวคะมำ ทั้งสองได้ตบตีกันเรียกเสียงเชียร์ของชาวบ้านร้านตลาดไปไม่น้อย

10.00 น. เด็กชายกิตติพงศ์ อายุเก้าขวบ ลูกชายของนายนิติพนธ์ไปถึงโรงเรียนสาย และเข้าไปสอบวิชาพละด้วยความรีบร้อน เมื่อถึงฐานการทดสอบไต่สะพานโค้ง เด็กชายกิตติพงศ์ที่เหนื่อยจากการวิ่งและการเร่งรัดของอาจารย์พละจึงพลัดตกลง
มาจากสะพานโค้งกระแทกกับพื้น อาจารย์เดชาสอนพละจึงต้องรีบพาเด็กชายกิตติพงศ์ส่งโรงพยาบาล

11.00 น. นายดาบตำรวจพิชิต รับฟังคดีของนรีรัตน์ กวินทร์ และหญิงนักศึกษาต่างมหาวิทยาลัยด้วยความระอา ในขณะนั้น นายตำรวจได้เรียกกำลังเสริมให้ไปจับบ่อนเถื่อน ซึ่งนายดาบตำรวจพิชิตคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากกว่า นายดาบตำรวจพิชิตจึงขอตัวไปจับบ่อนเถื่อน แต่ถูกหญิงนักศึกษารั้งตัวไว้เพราะต้องการเอาเรื่องที่นรีรัตน์ทำร้ายตน

12.00 น. นายประทีป พนักงานบริษัทนำขนมที่ซื้อมาจากป้ามะลิมาจัดเลี้ยงในงานประชุมใหญ่ของบริษัท ทุกคนรวมทั้งบอร์ดบริษัทต่างกินขนมของป้ามะลิ ไม่นานนักพนักงานและบอร์ดจำนวนมากต่างมีอาการอาหารเป็นพิษ เนื่องจากป้ามะลิขายขนมค้างเก่าปนไปด้วยกับขนมที่นายประทีปเหมาซื้อ

13.00 น. หลังจากที่ยอมความกันเสร็จ กวินทร์ต้องตามง้อหญิงสาวทั้งสอง แต่กวินทร์คิดว่าหญิงนักศึกษาต่างมหาวิทยาลัยน่าจะง้อยากกว่า จึงต้องตามไปง้อก่อน ดังนั้นเมื่อทั้งสามแยกย้ายกันไปแล้ว นายกวินทร์ได้โทรหาหญิงนักศึกษาต่างมหาวิทยาลัยนัดกินข้าวลับหลังนรีรัตน์เพื่อขอคืนดี ทั้งสองจึงนัดพบกันเพื่อกินข้าวในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง

13.45 น. นายตำรวจพิชิตเดินทางไปถึงบ่อนเถื่อนสายเกินกว่าที่นัดหมายกับนายตำรวจที่เหลือ เมื่อไปถึงจึงพบว่านายตำรวจคนอื่นได้บุกเข้าจับนักพนันและเจ้าของบ่อนไปแล้ว เนื่องจากนายตำรวจพิชิตไม่ได้ไปร่วมในการจับนักพนัน กำลังตำรวจจึงไม่สามารถจับกุมนักพนันทั้งหมดได้ อย่างไรก็ตาม นายตำรวจหลายคนก็ต่างแยกย้ายกันไปจับนักพนันขาใหญ่รวมทั้งไอ้เปี๊ยก เด็กทำไพ่ ที่หลบหนีไปในทิศต่าง ๆ

14.00 น. แก๊งโจรลูกแมวเหมียวได้บุกปล้นโรงจำนำแห่งหนึ่งไม่ไกลโดยกวาดทรัพย์สินในโรงจำนำและเงินสด
จำนวนมาก แก๊งโจรลูกแมวเหมียวพ้นการจับกุมได้อย่างง่ายดายเนื่องจากกำลังตำรวจ
ถูกกระจายไปจับนักพนัน

15.30 น. นายกวินทร์เดินห้างกับหญิงสาวต่างมหาวิทยาลัยหลังจากกินข้าวและสมานรอยร้าวไปได้พอสมควร อย่างไรก็ตามเมื่อหญิงสาวมหาวิทยาลัยเดินผ่านหน้าร้านเครื่องประดับ หญิงสาวต่างมหาวิทยาลัยเรียกร้องให้นายกวินทร์ซื้อตุ้มหูเป็นของทำขวัญ นายกวินทร์ใช้บัตรเครดิตซื้อแต่ปรากฏว่าวงเงินหมด นายกวินทร์จึงโทรศัพท์หาแม่เพื่อให้โอนเงินมาโดยเร็วที่สุด เพราะหญิงสาวต่างมหาวิทยาลัยกำลังโกรธจัดที่นายกวินทร์ทำท่าจะไม่ซื้อให้

15.30 น. ในเวลาเดียวกัน นางสาวจิตรจิรา แฟนของนายสมศักดิ์ ซึ่งกำลังสงสัยว่านายสมศักดิ์มีหญิงอื่น จึงได้แอบกดโทรศัพท์หาเพื่อนสนิทของนายสมศักดิ์ แต่ด้วยความสะเพร่า นางสาวจิตรจิรากดเบอร์โทรศัพท์ผิดไปติดเบอร์แม่ของนายกวินทร์ซึ่งสายไม่ว่างอยู่ นางสาวจิตรจิราจึงคิดว่านายสมศักดิ์คบคิดกับเพื่อนปกปิดเรื่องหญิงอื่นไม่ให้ตนรู้
โดยการทำเป็นสายไม่ว่าง ด้วยความหงุดหงิดจึงเผลอเขวี้ยงแฟ้มเอกสารที่ตนกำลังถือไปโดนเพื่อนร่วมงาน นางสาวจิตรจิราจึงรีบพาเพื่อนที่มีรอยแผลบนหน้าผากเนื่องจากแฟ้มไปโรงพยาบาล

15.45 น. นางสาวจิตรจิราพาเพื่อนร่วมงานที่บาดเจ็บมาถึงโรงพยาบาล เดินชนกับอาจารย์เดชาและเด็กชายกิตติพงศ์ที่เพิ่งเสร็จจากรักษาอาการบาดเจ็บ ด้วยความเร่งรีบ นางสาวจิตรจิราจึงทำกระเป๋าถือของตนหล่นแล้วหายไป อาจารย์เดชาจึงได้เก็บกระเป๋าถือไว้เพื่อหาตัวนางสาวจิตรจิรา
หลังจากที่ตนส่งเด็กชายกิตติพงศ์กลับบ้านแล้ว

16.00 น. ไอ้เปี๊ยก เด็กทำไพ่ใกล้จนมุมในตรอกใกล้บ้านหลังจากที่วิ่งหนีตำรวจมาร่วมสามชั่วโมง เด็กของเปี๊ยกเห็นเข้าจึงแกล้งร้องให้ตำรวจช่วยว่าตนถูกทำอนาจาร ชั่วขณะที่นายตำรวจเผลอ ไอ้เปี๊ยกจึงวิ่งชนตำรวจล้มลงและวิ่งหนีต่อไป นายตำรวจจึงรั้งท้ายนายเปี๊ยกไปหลายช่วงตัว

16.05 น. นายสมศักดิ์เดินมาถึงสะพานลอยที่เดิมในขณะกลับบ้าน เด็กหญิงขายพวงมาลัยบนสะพานลอยนำเหรียญบาทที่นายสมศักดิ์ทำตกไว้คืนให้

****

นายสมศักดิ์รู้สึกว่าอย่างน้อยวันนี้เขาคงโชคดีที่ได้เงินหนึ่งบาทคืนมา นายสมศักดิ์หยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาเก็บเงิน เรื่องดี ๆ ที่ยิ่งใหญ่กว่านี้อาจเกิดขึ้นก็ได้ นายสมศักดิ์คิด โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยว่า…

1 วินาทีต่อมา ไอ้เปี๊ยกได้วิ่งชนนายสมศักดิ์ล้มลง ไอ้เปี๊ยกเห็นกระเป๋าที่อยู่กับพื้นก็ชิงเอามาเผื่อเป็นเงินที่ใช้ในการหลบหนี

1 นาทีต่อมา นายสมศักดิ์พยายามวิ่งไล่ตามไอ้เปี๊ยกเพื่อเอากระเป๋าสตางค์คืนมา ไอ้เปี๊ยกวิ่งข้ามทางม้าลายอีกถนนหนึ่งทัน แต่นายสมศักดิ์กลับถูกรถของแม่นายกวินทร์ที่เพิ่งกลับมาจากการโอนเงินให้ลูกเฉี่ยวจนได้รับบาดเจ็บ

1 ชั่วโมงต่อมา นางสาวจิตรจิราโทรศัพท์มาหาเรื่องนายสมศักดิ์ที่คบคิดกับเพื่อนของตนปิดบังเรื่องหญิงอื่น ด้วยความโกรธนายสมศักดิ์จึงด่าทอนางสาวจิตรจิราที่ไม่ไว้ใจตนและจู้จี้ไม่เข้าเรื่อง ทั้งสองทะเลาะกันและตัดสายโดยไม่บอกกล่าว

1 วันต่อมา นายสมศักดิ์ไปซื้อขนมป้านวลและถูกลูกหลงของแก๊งอันธพาลที่ป้ามะลิลงทุนจ้่างมา
ทำร้ายป้านวลเพื่อแก้แค้น

1 สัปดาห์ต่อมา นายสมศักดิ์เอาเงินเดือนที่สะสมได้ไปเพื่อไปไถ่เอาสร้อยคอประจำตระกูลที่จำนำไว้คืนมา
เพื่อไปมอบให้นางสาวจิตรจิราเพื่อเป็นการคืนดีตามที่ได้สัญญาไว้ แต่ปรากฏว่าสร้อยดังกล่าวถูกแก๊งโจรแมวเหมียวกวาดไปแล้ว

1 เดือนต่อมา นางสาวจิตรจิราขอเลิกกับนายสมศักดิ์เนื่องจากการกระทำของนายสมศักดิ์ และนางสาวจิตรจิราได้พบคนที่ดีกว่าคืออาจารย์เดชาที่ช่วยเก็บกระเป๋าถือให้เธอ และตกหลุมรักเธอนับจากนั้น

1 ปีต่อมา นายสมศักดิ์ถูกบังคับให้ออกจากงาน เนื่องจากบริษัทของนายเดชาไม่สามารถทำยอดขายได้อย่างที่หวัง การเจรจาต่อรองซื้อขายครั้งสุดท้ายถูกยกเลิก เพราะเจ้าของบริษัทคู่ค้าอาหารเป็นพิษจากขนมป้ามะลิต้องเข้าโรงพยาบาลหลายวัน
จนกระทั่งไม่สามารถจัดการเจรจาใหม่ได้อีก

และอีก 10 ปีต่อมา นายสมศักดิ์ประสบอุบัติเหตุตกจากระเบียงชั้นสามของพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่ง ที่จริงแล้วมีคนที่อยู่ใกล้พอจะช่วยจับนายสมศักดิ์ขณะที่ยังจับขอบระเบียงไว้ได้ แต่เนื่องจากนายกิตติพงศ์อายุสิบเก้าปี เป็นโรคกลัวความสูงตั้งแต่ครั้งที่ตกสะพานโค้ง จึงไม่กล้าเข้าไปช่วย ในที่สุด นายสมศักดิ์จึงตกลงจากอาคารพิพิธภัณฑ์และเป็นอัมพาตนับตั้งแต่นั้นมา

3 comments:

Jeep4WD กล่าวว่า...

"does the wind left after the tornado in Texas turn to harm the butterfly in Brazil? – Umnouy Ponsukcharoen"

Your quote is quite impressive. The story is extremely good as well.

d0m3z กล่าวว่า...

จินตนาการลำเลิศจริงๆ ชอบๆ

tewson กล่าวว่า...

เยี่ยมเลย
buffer ตัวละครเกือบเต็ม