หมายเหตุ: อย่าลืมไปอ่านตอนแรกก่อนตอนจบ
ข้าพยายามขบคิดว่าสิ่งที่ท่านเหลียงฟ่งจะช่วยให้แก้แค้นให้บิดาข้าอย่างไร แต่ละวัน ข้าเข้าป่าฝึกตนอย่างหนักด้วยตนเองเป็นเวลาถึงสิบปี เผชิญทั้งความอดทนทั้งร่างกายและจิตใจจนข้าแทบคงสติไว้ไม่อยู่ ทุกคืน ข้าฝันถึงภาพยามที่บิดาถูกอ้ายโจรชั่วใช้กระบี่ชำแรกเข้าไปในร่างของบิดาข้าแล้วภาพนั้นก็เลือนไป นานวันเข้าข้าก็เริ่มเห็น ความฝันกับความจริงนั้นไม่ต่างกันเลย ความฝันช่างเหมือนจริงดังความจริง และความจริงช่างเลือนรางดังความฝัน
ในที่สุดข้าก็ค้นพบ ทุกอย่างล้วนคือ ‘ความว่างเปล่า’ ความว่างเปล่าคือทั้งความมีและไม่มี ทั้งความแข็งแกร่งและความอ่อนโอน ทั้งการโจมตีและการป้องกัน ข้ารีบวิ่งไปหาท่านเหลียงฟ่งซึ่งกำลังนั่งตกปลาอยู่
“ท่านเหลียงฟ่ง ข้าเข้าใจแล้ว ข้าเข้าถึงความว่างเปล่าแล้ว คราวนี้ข้าจะใช้ ‘ความว่างเปล่า’ สังหารอ้ายสารเลวแก้แค้นให้ท่านพ่อ”
ท่านเหลียงฟ่งมองข้าด้วยด้วยสายตาเดิม ท่านไหวหน้าเพียงเล็กน้อยแล้วเอ่ยขึ้นว่า
“ลูกเอ๋ย ทั้งข้าและเจ้าล้วนว่างเปล่าทั้งนั้น”
ทันใดนั้น ท่านเหลียงฟ่งก็สลายกลายเป็นอากาศธาตุ ทิ้งไว้เพียงคันเบ็ดไร้ตะขอและเหยื่อ ข้ารวบรวมพลังปราณที่ข้าฝึกเพ่งไปลงในน้ำ ความว่างเปล่ากลายเป็นฉมวกแทงปลาทะลึ่งขึ้นโผล่พ้นผิวน้ำ
เพราะความว่างเปล่าคือทั้งความมีและไม่มี
ความว่างเปล่าจึงเปลี่ยนเป็นอาวุธที่ร้ายกาจที่สุดได้
***
เมื่อเหล่ามือกระบี่เสร็จสิ้นจากการป้องปัดปราณในใบไม้ ต่างก็กระอักเลือดสิ้นลมลงกับพื้น ผู้คนที่เหลือต่างแตกฮือด้วยความกลัว ภรรยาของลี่เซิ่นห่าว ซึ่งอุ้มลูกสาววัยเก้าปีก็ร้องออกมาว่า
“อ้ายสุนัขลอบกัด นี่เจ้าใช้ยาพิษทำร้ายพี่น้องของข้าหรือ”
“ผิดแล้ว” ลี่เซิ่นห่าวเอ่ยขึ้น “อ้ายเด็กน้อยนี้มิได้ใช้ยาพิษ หรือสื่ออื่นใดเลย วิทยายุทธของมันเกิดขึ้นจาก ‘ความว่างเปล่า’ ” อ้ายปีศาจก้าวขึ้นมาด้านหน้าด้วยความเงียบขรึมแล้วเอ่ยขึ้น
“มาเถิด ข้าจะเป็นคู่มือให้กับเจ้าเอง”
ข้าและลี่เซิ่นห่าว ต่างยืนจ้องหน้ากันเนิ่นนานในสายตาของคนอื่น แต่แท้จริงแล้ว การต่อสู้ด้วยความว่างเปล่าเริ่มต้นไปนานแล้ว ทุกครั้งที่ข้าใช้พลังแปลงความว่างเปล่าเป็นอาวุธเข้าไปในร่างของมัน พลังลึกลับก็เปลี่ยนอาวุธคืนเป็นความว่างเปล่าเหมือนเดิม ไม่ว่าข้าจะจู่โจมด้วยความว่างเปล่าอย่างไร อ้ายโจรชั่วก็รู้ทางวิชาข้าป้องกันได้หมด ทันใดนั้น ลี่เซิ่นห่าว ก็คว้ากระบี่ปราดเข้าหาตัวข้า ข้าใช้พลังความว่างเปล่าบิดกระบี่เบี้ยวไป แต่ในบัดดล กระบี่กลับตั้งตรงด้วยพลังควบคุมความว่างเปล่าของมัน กระบี่แทงเข้าไปในร่างของข้า อ้ายโจรชั่วชักกระบี่ออกแล้วฟันข้าอีกครั้ง ข้ารวบรวมกำลังเบี่ยงตัวแต่ก็โดนคมกระบี่บาดเป็นทางเลือดฟุ้งขึ้น ข้าล้มลงกับพื้น อ้ายสารเลวนำกระบี่จ่อคอหอยข้าไว้
“เจ้ารู้ไหม ว่าทำไมข้าถึงปัดป้องการโจมตีของเจ้าได้ทั้งหมด” มันถามข้า ข้าเงียบเป็นคำตอบ
“เพราะว่าทุกการโจมตีของเจ้ามีความแค้นอยู่อย่างไรล่ะ ทั้งเจ้าและข้าต่างไม่เคยเข้าถึงความว่างเปล่า แม้ท่านเหลียงฟ่งจะเข้าถึง แต่แทบทุกคนในโลกล้วนมีรัก โลภ โกรธ หลง ไม่เว้นแม้กระทั่งพ่อของเจ้า ผู้ที่เฉียดกรายถึงความว่างเปล่า แต่ไม่เคยเข้าถึง นั้นอันตรายประหนึ่งเด็กไร้เดียงสาถือกระบี่วิเศษฉะนั้น”
ข้าไม่อาจเข้าใจคำพูดของศัตรูที่ฆ่าบิดาของข้าได้ สิ่งที่ข้ารู้คือข้ากำลังจะตาย ทุกสิ่งทุกอย่างหายไปจากชีวิตข้าแม้กระทั่งชีวิตของข้าเอง พลังที่อยู่ในร่างของข้าถูกปลดปล่อยออกมามหาศาลแผ่กระจายออกไปทั่ว สิ่งที่ข้าเห็นในตอนนี้คือสีขาว หรือสีดำ หรือสีเทา หรือไม่มีสี หรือความทั้งมีสีและไม่มีสีกันแน่
เมื่อทุกอย่างสงบลง ข้ากลับมาสู่โลกที่ความมีและความไม่มีถูกแบ่งแยกเหมือนเดิม การแก้แค้นสิ้นสุดลงแล้วหรือ ศัตรูของข้าบัดนี้กลายเป็นเพียงศพเย็นชืด ข้ามองไปรอบบริเวณ ทุกคนล้วนโดนพลังกระแทกจนสิ้นลม เหลือเพียงลูกสาวของศัตรูข้าซึ่งรอดชีวิตเพราะผู้เป็นแม่โอบกอดปกป้องไว้ เด็กหญิงคนนั้นคลานออกมาจากอ้อมกอดมารดา ยืนขึ้นตรงหน้าข้า
แววตาของนางใสเหมือนของท่านเหลียงฟ่ง แต่ประกายโชนไปด้วยความแค้น
ข้าไม่รู้ว่าจะมีใครบ้างหรือไม่ที่เข้าถึงความว่างเปล่าได้อย่างแท้จริงเหมือนท่านเหลียงฟ่ง
แต่ข้าและแม่นางน้อยนางนี้ยังคงตกอยู่ใต้ระหว่างสีขาวกับสีดำซึ่งยังแบ่งขั้วเวียนวนไปไม่สิ้นสุด
“เด็กน้อย หากเจ้าต้องการแก้แค้นข้า โจวเชียงหลง จงตามข้ามา”
ข้ากุมบาดแผลของตนไว้เดินทางกลับสู่หุบเขาที่ข้าเคยฝึกตน โดยมีเด็กหญิงนางนั้นตามหลัง
แล้วยุทธจักรก็หมุนซ้ำรอบอีกครั้งหนึ่ง
0 comments:
แสดงความคิดเห็น