วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ฝันเฟื่อง - ว่าด้วยเรื่องเล่น ๆ ที่อาจเป็นจริง ๆ (ตอนแรก)

หมายเหตุ: ตอนแรกจะเขียนเรื่องนี้ในนาม ปวารณา เป็นเรื่องประจานตัวเองในทุกแง่ แต่ดันเขียนไม่จบ หมดแรง เลยเอาแต่ตอนที่เป็นเรื่องความฝันแล้วกัน อย่าลืม ฝันได้ แต่อย่าทิ้งขว้างมันไป อย่างน้อยเอามานั่งคิดนั่งเขียนให้ชุ่มชื่นหัวใจเล่นบ้างก็ดี

ยังไม่ต้องปรับโหมดสำหรับอ่านนิยายนะ เพราะตอนนี้เป็นเรื่องจริง
ไหน ๆ ก็มีชีวิตมาครบยี่สิบปีและ (เมื่อวันที่ 29 กรกฎาที่ผ่านมา) ขอทบทวนตัวเองประจานต่อหน้าธารกำนัลในบลอกเนี่ยล่ะ
สำหรับคนที่เกิดมาเกินยี่สิบปี เคยทบทวนตัวเองบ้างหรือเปล่า
ส่วนคนที่เกิดมายังไม่ครบยี่สิบปี จะลองทบทวนไปด้วยก็ได้ คล้าย ๆ กับนั่งสัมภาษณ์ตัวเองนี่แหละ ว่าแล้วก็อ่านต่อไปเลย


ความฝันของคุณคืออะไร
อืม พอมานั่งนึก ๆ ดูมันก็เยอะเหมือนกันแฮะ เอ่อ ไม่รู้ความฝันแรกสุดในชีวิตคืออะไร แต่อย่างแรก ๆ ก็คืออยากบินได้ จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ เคยฝันว่ามีวิชาตัวเบาเหมือนในหนังจีน ในฝันที่เหินเรี่ยพื้นแล้วก็ลอยขึ้นฟ้าแกว่งท่อนฟืนต่างดาบได้ด้วย (แต่ก่อนที่บ้านทำเชื้อเห็ดฟาง แล้วกระบวนการอบฆ่าเชื้อต้องใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง ตอนเด็ก ๆ เลยเอาฟืนมาเล่นเป็นดาบจนเก็บไปฝัน เหอ ๆ) บางทีก็ฝันอยากเป็นพระเอกหนังจีนตอนที่ถูกซัดฝ่ามือจนกระอักเลือด! ตอนนั้นรู้สึกว่าพระเอกหนังจีนตอนกระอักเลือดเนี่ยแหละ เท่สุดแล้ว ไม่รู้คิดไปได้ไง เป็นพวกซาดิสต์แต่เด็กมั้ง 555

พอโตขึ้นหน่อยก็เริ่มอยากเป็นครู เข้าใจว่าแรงบันดาลใจคงมาจากครูที่โรงเรียนสมัยประถมนั่นแหละ แล้วเนื่องจากตอนนั้นคิดว่าตัวเองเก่งเลขมาก เลยอยากเป็นครูสอนเลข แล้วพอเข้ามอต้นได้ ก็พบว่ามีความฝันอีกสองกระแสเข้ามาอีก กระแสแรกมาจากเพื่อนที่สนิทที่สุดในชีวิตคนนึง คืออยากเป็นนักบินอวกาศ ช่างเป็นความฝันที่ใหญ่โตเหลือแสน แต่ระหว่างนั้นความฝันก็แตกย่อยเป็นหลายสาย มีตั้งแต่ลดจากนักบินอวกาศ เป็นแค่เจ้าหน้าที่นาซ่าควบคุมการส่งยานอวกาศ (อันนี้มาจากการ์ตูนเรื่อง passport blue) เป็นนักบินบนเครื่องบินพาณิชย์ปกติ ไปดูการปล่อยกระสวยอวกาศสักครั้งในชีวิต กระแสที่สองมาจากหนังสือ (นิยาย) มากมายที่เริ่มอ่านอย่างหนักข้อตอนมอต้นเหมือนกัน อยากจะเป็นนักเขียนชื่อดัง โดยเฉพาะหนังสือ Lord of the Rings ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก อ่านแล้วก็ชอบมาก อยากเขียนหนังสือที่ยิ่งใหญ่ ทั้งเนื้อหาและขนาด อย่างนั้นบ้าง เอาแบบว่าทุกคนบนโลกอยากอ่าน ว่างั้นเหอะ

พอย้ายมาอยู่มหิดลวิทย์ฯ ก็ได้รับการล้างสมอง เอ้ย สั่งสอน ให้เป็นนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย แล้วก็ไม่ได้ขัดอะไรกับความตัั้งใจเดิมของเราเท่าไหร่ เติม ๆ เข้าไปได้ แต่พอไป ๆ ก็เริ่มรู้ว่าไอ้ที่คิดว่าตัวเองเก่งเลขมันเป็นเพียงความอวดดีของตัวเอง บวกกับตอนกระแสคลั่งนักบินอวกาศได้ยินว่าคนเป็นนักบินอวกาศต้องเก่งฟิสิกส์ เออ ฟิสิกส์ก็ฟิสิกส์ ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ไป ๆ มา ๆ ก็หลงฟิสิกส์เข้าไปตามระเบียบ พอถลำลึกไปเรื่อย ๆ ก็อยากเป็นนักฟิสิกส์เจ๋ง ๆ ได้รางวัลโนเบล ทำอะไรที่มันดังเปรี้ยงปร้างเหมือนไอน์สไตน์ เขียนหนังสือฟิสิกส์เจ๋ง ๆ เหมือนไฟยน์แมน ประมาณนั้น
ช่วงท้าย ๆ ของชีวิตยี่สิบปีที่ผ่านมา หลังจากเรียนอเมริกาได้สักพัก ก็พบว่าอยากเป็นมนุษย์สมบูรณ์แบบ เป็นผู้เชี่ยวชาญทุกอย่าง อยากรู้ อยากเป็นทุกเรื่อง อยากเล่นกีฬาเก่ง หุ่นดี ร้องเพลงเพราะ เล่นดนตรีไทยได้ ฝรั่งได้ วาดรูปสวย เรียนเก่ง ฉลาด รู้ประวัติศาสตร์ อ่านใจคนได้ บุคลิกดี เอาแบบว่าชีวิตนี้กรูหล่อ เท่แบบทุกมุมมอง แล้วก็อยากกู้โลก อยากค้นพบวิธีที่เราจะมีพลังงานสะอาดใช้ตลอดไป ลามไปถึงอยากเป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาติลดโลกร้อน! จะฝันอะไรไปมากมายวะเนี่ย

ส่วนเรื่องฝันปลีกย่อยที่วิ่งเข้ามาในชีวิตก็มีจำพวกว่า อยากทำงานร้านซเวนเซนส์ (เพราะชอบกินมาก ๆ) อยากเปิดห้องสมุดแบบที่ยืมก็ได้ ขายหนังสือด้วยก็ดี อยากเปิดร้านอาหาร อยากมีบ้านสวย ๆ เป็นแบบไทยประยุกต์ อยากเขียนการ์ตูน อยากมีห้องสมุดส่วนตัว อยากขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของน้ำตก อยากมีเกาะร้างของตัวเอง อยากเป็นนักสืบ (เลียนแบบโคนัน) เลยไปถึงฝันแบบฝันเฟื่อง ฝันเรื่อยเปื่อย ซึ่งคงไม่บรรยายในที่นี้


ความจริงของคุณคืออะไร
อืม ชายไทยเชื้อสายจีนวัยยี่สิบปี สูง 180 เซนติเมตร น้ำหนักคาดว่าจะเลย 70 กิโลในไม่ช้า (เศร้า) บินไม่ได้ แต่เดินและว่ายน้ำได้ระยะพอประมาณ เรียนจบมอหกแล้ว กำลังเรียนอยู่ปีสองทางด้านฟิสิกส์ที่อเมริกา ความฝันที่เคยอยากได้ อยากมี อยากเป็น ยังไม่มีอันไหนเป็นจริงเลย ขนาดผ่านมายี่สิบปีแล้วนะ เฮ้อ


คุณจะทำความฝันให้เป็นความจริงได้อย่างไร
โห ตอบยากว่ะ เพราะบางอย่างเราก็คงทำไม่ได้จริง ๆ เฮ้อ แต่ลองมาดูแล้วกันว่าเราได้พยายามไปจนถึงที่สุดหรือยัง ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ก็ภูมิใจไว้เถิด

อ่านต่อได้ในครั้งต่อไป...

7 comments:

Veerasak กล่าวว่า...

รอฟังครับ

Ying กล่าวว่า...

ชื่นชมในความมีฝันของแก
สู้ต่อไปนะ ^^

ยอด กล่าวว่า...

ตอนจบนี่ต้องรออีก 100 ปีเปล่า? :P

Jeep กล่าวว่า...

รออ่านต่อครับ

banthita กล่าวว่า...

ความฝันล่าสุดของฉันคือ การเป็นพนักงานparttime ร้านหนังสือ ด้วยเหตุผลที่ว่า พี่ร้านหนังสือหล่อมาก ไร้สาระที่สุด แล้วก็จบด้วยการที่เจ้าของร้านหนังสือพาไปเป็นเป็นครูสอนเด็กแทน เหอ

ชอบบทความนี้น่ะ จริงที่ว่า เรายี่สิบแล้ว ผ่านมาหนึ่งในสี่ของชีวิตนี้แล้ว ทำความฝัน สร้างความจริง อะไรไปบ้าง บรรจุความหมายลงในชีวิต

Jeep กล่าวว่า...

:D ฝันสวยดีครับ
ป.ล. ตอนนี้ก็มีนั่งพักนะ นั่งๆนอนๆ เดินๆเอื่อยๆ
ไม่มีจุดหมายให้วิ่งไปหาเหมือนทุกที
ไม่มีจุดหมายเป็นคำตอบที่ตอบคำถามว่าทำไมทำอะไรไม่ที่สุดเหมือนทุกที เดี๋ยวยาว ไว้เล่าต่อในบล็อกละกัน

d0m3z กล่าวว่า...

คล้ายๆกับเรานะ เด็กเคยฝันอยากมีวิชาเหาะได้บินได้เหมือนในหนังจีนกำลังภายใน โตมาก็ถูกล้างสมองโดยโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งย่านศาลายา และสุดท้ายตอนนี้ อยากเป็น Mr.Perfect
ตอนนี้เหรอ พยายามทำอะไรๆให้ดูดีไปซะทุกๆอย่าง แต่ทว่าคนเรามันไม่เหมือนกัน บุญวาสนาไม่เทียบเท่ากัน ก็ต้องยอมรับกันไป พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี และทำได้ตอนนี้
จะอ่านตอนต่อไปหละ..