วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

จิต 101/1 ว่าด้วยการเข้าถึง "ความจริง" (ตอนจบ)

หมายเหตุ: ครั้งที่แล้วอธิบายผิดเรื่องของ จิตใจ ไป อันทีี่จริง สมัยนั้นยังไม่มีการค้นพบว่าหัวใจเป็นอวัยวะสำหรับสูบฉีดเลือดไปทั่วร่าง อย่างไรก็ตาม เรารู้สึกได้ว่าหัวใจเป็นสิ่งที่เหมือนกับเป็นจุดสั่งการของร่างกาย เช่น หัวใจของเราเต้นตลอดเวลา และเต้นแรงเมื่อเรามีอารมณ์รุนแรง เช่น ตื่นเต้น โกรธ เป็นต้น

ครั้งทีี่แล้ว เราได้ทิ้งท้ายไว้ว่า เรามีจิตอันน่าอัศจรรย์ใจ
แต่มันอาจไม่ได้ทำให้เราเข้าถึง “ความจริง” ก็เป็นได้
สิ่งที่เรารับรู้ กับโลกภายนอกที่เป็นอยู่ อาจไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
ตัวอย่างง่าย ๆ คงหนีไม่พ้นความไม่สมบูรณ์แบบของประสาทสัมผัสของเรา
ที่ทำให้เราเห็นอะไรต่อไปนี้

ลองมองภาพธงชาติสีประหลาด ๆ ข้างล่างนี้เป็นเวลา 30-45 วินาที
จากนั้นเลื่อนไปมองฉากสีขาวด้านล่าง
(ย้ำว่าฉากเป็นสีขาวจริง ๆ)
ลองดูว่าคุณจะเห็นอะไร



วิธีการอธิบายภาพลวงตาเหล่านี้ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นการที่เซลล์ประสาทบนดวงตาของเรา
ทำงานไม่ได้สม่ำเสมอ เมื่อใช้งานหนักเข้า ประสาทก็อ่อนแรง และรับรู้สิ่งต่าง ๆ เปลี่ยนไป
นี่ยังไม่รวมไปถึงเรื่องสายตายาว ตาบอดสี ฯลฯ
(ในทางหนึ่ง เราอาจบอกว่า มนุษย์ตาบอดสี “อัลตราไวโอเลต” ก็ได้
เพราะในขณะที่เรามองแสงในย่านอัลตราไวโอเลตไม่เห็น แมลงหลายชนิดกลับมองเห็น
-นั่นทำให้แมลงหลายชนิดชอบมาตอมหลอดไฟ แม้กระทั่งหลอดแบลคไลท์)

อันที่จริงแล้ว หากไม่มีข้อจำกัดเรื่องทางกายภาพ
สิ่งที่จิตของเรารับรู้ น่าจะตรงกับ “ความจริง” ภายนอกแล้ว
แต่เรื่องยังไม่หมดเพียงแค่นั้น
เราสามารถเป็นเหมือนตาชั่ง ที่อ่านข้อมูลได้เที่ยงตรงเสมอ
โดยไม่ขึ้นอยู่กับสิ่งอื่นใด นอกจากน้ำหนักของสิ่งที่จะชั่งจริงหรือ
แม้เราพยายามอย่างถึงที่สุด ตั้งสติให้มั่นที่สุด เราก็ไม่อาจเป็นเช่นตาชั่งได้
เพราะกระบวนการทางจิต (mental process) มักก้าวเกินข้อมูลที่ได้รับเสมอ
เราเอาความเป็นตัวเรา (subjectivity) ใส่ลงไปในการคิดโดยไม่รู้ตัว
ลองตัวอย่างสักเรื่อง

วิศวกรคนหนึ่งขับรถมากับลูกชาย ในขณะที่มาถึงทางโค้ง
รถก็เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า ทั้งสองถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาล
ตัววิศวกรบาดเจ็บหนักอาการโคม่าอยู่ในห้องฉุกเฉิน
ส่วนลูกชายของวิศวกรบาดเจ็บเล็กน้อยก้มหน้านั่งรออยู่ด้านนอก
ในขณะที่ร่างของวิศวกรอยู่ในห้องฉุกเฉิน
ลูกชายของวิศวกรก็เงยหน้าขึ้นและเห็นพ่อของเขาเดินมาหาพูดว่า
“ไปได้แล้วลูก”


….
คุณจะอธิบายเรื่องนี้ว่าอย่างไร
นี่เป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ เรื่องของวิญญาณหรือเปล่า
(นี่เป็นวิชาจิตวิทยาไม่ใช่เหรอ?)
หรือคุณอาจคิดว่าผมอาจอำพรางข้อมูลบางอย่าง
เช่น ลูกชายอาจมีพ่อสองคน พ่อแท้ ๆ กับพ่อบุญธรรม
คุณเริ่มหาข้อมูลใหม่ ๆ มาเติมให้เรื่องของคุณมีเหตุมีผล
โดยที่คุณไม่รู้ตัวเลยว่า คุณได้ใส่ข้อมูลผิด ๆ ลงในหัวไปแล้ว
คุณคิดว่า วิศวกรทุกคนเป็นผู้ชาย หรือเปล่า
ถ้าลองคิดว่าวิศวกรเป็นผู้หญิง เรื่องทุกอย่างก็ลงตัว
(หลายคนอาจร้องอ้อในตอนนี้)

นี่เป็นตัวอย่างให้เห็นว่า จิตเราไม่ได้อ่านทุกสิ่งคำต่อคำ
แต่เราอาจตัดคำอื่นทิ้งไป แถมหาคำอื่นมาใส่เพิ่มอีกด้วย

ท้ายที่สุดแล้ว เราอาจไม่มีทางรู้เลยว่า ความจริงคืออะไร
ถึงอย่างนั้น เราก็อยู่กับ “ความจริง” ที่เราเห็นได้
การทำความเข้าใจ “ความจริง” ตามที่จิตเราคิดได้
รู้เท่าทัน เข้าใจ และใช้ให้เกิดประโยชน์
นั่นคือ จิตวิทยา ที่เรากำลังจะเรียนต่อจากนี้ไป

2 comments:

เอี่ยม กล่าวว่า...

ยอดเยี่ยมเลย ตี๋

อยากเห็นหน้าตาของข้อสอบ mid-term วิชานี้ละ

ยอด กล่าวว่า...

อยากเป็นหมอโรคจิตกัน